Unicorn Overlord

Unicorn Overlord ทัพหลวง ทวงแผ่นดิน

รีวิว Unicorn Overlord มหากาพย์กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์ ที่คอเกม Tactical ห้ามพลาด!หากคุณกำลังมองหาเกมวางแผนการรบ (Strategy RPG) ที่ผสมผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของยุค 90 เข้ากับงานภาพที่สวยงามหยดย้อยในยุคปัจจุบัน Unicorn Overlord คือคำตอบที่คุณรอคอยครับ ผลงานชิ้นเอกล่าสุดจากสตูดิโอ Vanillaware (ผู้สร้าง 13 Sentinels: Aegis Rim และ Dragon’s Crown) ร่วมกับผู้จัดจำหน่ายคู่ใจอย่าง ATLUS ที่รอบนี้ขอจัดเต็ม นำเสนอระบบการเล่นที่ลุ่มลึกและงานศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์

Unicorn Overlord

📖 เนื้อเรื่องย่อ: การเดินทางของเจ้าชายพลัดถิ่น

เรื่องราวเกิดขึ้นในทวีป Fevrith ที่เคยอยู่อย่างสงบสุข จนกระทั่ง Valmore นายพลผู้ทรยศได้ก่อกบฏต่ออาณาจักร Cornia และสถาปนาจักรวรรดิ Zenoiran ขึ้นมาปกครองทั้งทวีปด้วยความโหดร้าย

เราจะได้รับบทเป็น Alain เจ้าชายแห่ง Cornia ที่ถูกส่งตัวไปซ่อนตัวตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อเติบใหญ่ขึ้น เขาได้ครอบครอง “แหวนแห่งยูนิคอร์น” (Ring of the Unicorn) สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียวที่สามารถล้างคำสาปและปลดปล่อยผู้คนที่ถูกครอบงำได้ Alain จึงต้องรวบรวมกองกำลัง “กองทัพปลดแอก” (Liberation Army) เดินทางไปทั่ว 5 อาณาจักร เพื่อรวบรวมพันธมิตรและทวงคืนแผ่นดินที่ถูกแย่งชิงไป


✨ จุดเด่นที่ทำให้เกมนี้น่าติดตาม

เสน่ห์ที่ทำให้เราวางจอยไม่ลงคือ “อิสระในการสำรวจ” ครับ แม้จะเป็นเกมวางแผน แต่โลกของ Fevrith เป็นแบบ Semi-Open World ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะไปตีเมืองไหนก่อน จะช่วยใคร หรือจะข้ามไปพื้นที่ยากๆ เลยก็ได้

นอกจากนี้ ระบบความสัมพันธ์ (Rapport) ยังทำให้ตัวละครที่มีมากกว่า 60 ตัวดูมีชีวิตชีวา การจัดทีมที่เข้าขากันไม่ได้มีผลแค่ในสนามรบ แต่ยังมีบทสนทนาพิเศษที่ทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ


Unicorn Overlord

✅ ข้อดีที่เป็นจุดเด่น (ทำไมต้องเล่น?)

1. งานภาพระดับ Masterpiece

ขึ้นชื่อว่า Vanillaware คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน ทุกตัวละครถูกวาดด้วยลายเส้นแบบ 2D ที่ละเอียดประณีต ฉากทำอาหารที่ดูน่ากินจนหิว และอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลเหมือนงานศิลปะที่ขยับได้

2. ระบบการรบที่ลุ่มลึกและเสพติด

ระบบการต่อสู้ใช้รูปแบบ Real-time Tactical ผสมกับระบบ Gambit (ตั้งเงื่อนไขสกิลแบบ Final Fantasy XII) คุณต้องจัดวางยูนิตในตาราง 2×3 และตั้งค่าว่า “ถ้าเลือดต่ำกว่า 50% ให้ฮีล” หรือ “ถ้าเจอศัตรูบินให้ใช้ธนู” ความสนุกคือการนั่งปรับแต่งกลยุทธ์แล้วดูผลลัพธ์ที่ออกมาอย่างเหนือชั้น

3. การบริหารจัดการกองทัพที่สมจริง

เราไม่ได้แค่สู้ แต่เราต้องฟื้นฟูเมืองที่ไปตีคืนมาได้ ต้องส่งคนไปเฝ้าเมือง รวบรวมทรัพยากร และขยายกองทัพให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นผู้นำทัพจริงๆ ที่ค่อยๆ กอบกู้แผ่นดินคืนมาทีละส่วน

4. เพลงประกอบสุดอลังการ

ดนตรีประกอบแนวออเคสตราที่ปลุกใจในฉากรบ และฟิลลิ่งผ่อนคลายในฉากแผนที่ ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแฟนตาซีระดับมหากาพย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


📝 สรุปส่งท้าย

ไม่ใช่แค่เกมแนววางแผนทั่วไป แต่เป็นจดหมายรักถึงแฟนเกม Tactical ยุคเก่าที่ถูกขัดเกลาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันมีความสมดุลระหว่างความยากที่ท้าทายและความเข้าถึงง่ายที่อ่านเพลิน ถ้าคุณชอบวางแผน ชอบงานภาพสวยๆ และชอบเนื้อเรื่องกอบกู้บ้านเมือง เกมนี้คือ “Must Play” ของปีนี้ครับ!

Scroll to Top