รีวิว “The Family Plan 2” — ห๊า…อะไรนะ? ครอบครัวมอร์แกนกลับมาบู๊อีกแล้วจ้าา!โอ้โห พวกเราคิดถึงครอบครัวมอร์แกนกันไหม? ถ้าใครเคยกรี๊ดกับภาคแรกของ The Family Plan (2023) ที่ทำให้ “พ่อตาหมาก Wahlberg” กลายเป็นสายลับอดีตนักฆ่า แต่ขอพักความสงบชั่วคราวเพื่อมาเที่ยวพักร้อนกับครอบครัว…แล้วจบแบบป่วน — งั้นเตรียมใจไว้เลย เพราะ ภาค 2 มาแล้ว และยังบู๊หนักเหมือนเดิม…แถมย้ายฉากไปยุโรปซะด้วย!
พล็อตคร่าว ๆ: ครอบครัวมอร์แกน ยกก๊วนลุยทริปคริสต์มาสในยุโรป
ในครอบครัวมอร์แกน (Mark Wahlberg เล่นเป็น Dan) ตัดสินใจจัดทริปคริสต์มาสแบบยิ่งใหญ่ไปเที่ยว ลอนดอนและปารีส เพื่อฉลอง, พักผ่อน และ “หวังไว้จะได้มีช่วงเวลาสุขสงบ”กับภรรยา Jessica (Michelle Monaghan) และลูก ๆ แต่แน่นอน พอเป็นมอร์แกน ก็ไม่มีอะไรจะราบรื่นไปตลอด — เมื่ออดีตของ Dan กลับมาเยือนอีกครั้ง
ตัวร้ายใหม่! Kit Harington มารับบทเป็น “ฟินน์” (หรือชื่ออื่น ๆ) ตัวละครลึกลับที่มีความเชื่อมโยงกับอดีตของ Dan — แล้วพาเกมมัน ๆ เข้ามาในชีวิตครอบครัวแบบที่ทั้งฮา ทั้งบู๊ ทั้งระห่ำ มีการปล้นธนาคาร, รถไล่ล่าบนถนนแคบ ๆ ของเมืองยุโรป และฉากบู๊กลางถนนปารีสแบบคริสต์มาสแฟนตาซี

จุดเด่น: “ความครอบครัว + 액ชั่น +เทศกาลคริสต์มาส +อดีตสุดลึกลับ”
- เคมีครอบครัวมอร์แกน: ยังเหมือนเดิม — Dan เป็นพ่อที่อยากเป็นสามี-พ่องานดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะโดนอดีตตามหลอก ส่วน Jessica (Michelle Monaghan) ยังคงเป็นแม่ที่ดูเป็นห่วงและพร้อมลุยถ้าจำเป็น ความสัมพันธ์ของครอบครัวยังอบอุ่น แต่อุปสรรคมาหนักกว่าเดิม
- โลเกชันยุโรป: การยกกองไปถ่ายที่ลอนดอน-ปารีส ช่วยเพิ่มความรู้สึก “ทริปคริสต์มาสใหญ่” ให้หนัง ดูสวยงาม โรแมนติก และแปลกตา — ไม่ใช่แค่เมืองบ้าน ๆ อีกต่อไป
- คาแรคเตอร์ใหม่: Kit Harington รับบทตัวร้ายจากอดีตของ Dan — คนดูรู้สึกถึง “ภารกิจส่วนตัว”และแรงจูงใจที่ไม่ธรรมดา เขาไม่ใช่แค่คนร้ายทั่วไป แต่เป็นคนที่มี “ความสัมพันธ์เชิงลึก”กับมอร์แกน ครอบครัวเลยถูกดึงเข้ามาในเกมใหญ่
- แอ็กชัน +คริสต์มาส: หนังผสมความบู๊กับบรรยากาศเทศกาลได้อย่างลงตัว —ฉากไล่ล่ากลางถนนหิมะหรือแสงไฟคริสต์มาสให้ความรู้สึกสนุก “ฮอลิเดย์แอดเวนเจอร์”แบบเบา ๆ แต่ก็ยังมีพลัง

ข้อสังเกต (จุดด้อย) — ใช่ว่าจะไม่มีอะไรให้ติ
- ตามรีวิวของ Roger Ebert หนังโดนวิจารณ์ว่า “ทำออกมาแบบเรื่อย ๆ” บางจุดแทบไม่มีจุดให้ยึดอะไรจดจำได้มากนัก บู๊ดูจืด ไม่มีฉากแรง ๆ ที่จดจำ (ซึ่งมันแปลกสำหรับหนังแอ็กชัน)ตัวบทยังค่อนข้าง “บาง” ทั้งโครงเรื่องและบทสนทนา — เส้นเรื่องกลับมาที่อดีตของ Dan แล้วทำให้พล็อตซับซ้อน แต่บางจุดก็รู้สึกคาดเดาได้ง่ายหรือเข้าทำนอง “สูตรสำเร็จ” แอ็กชัน-คอมเมดี้ครอบครัว
- มุกตลกหรือจังหวะคอเมดี้บางอันอาจไม่ “ลึก” หรือแปลกใหม่มาก — หลายครั้งคนดูอาจรู้สึกว่ามันแค่ “พยายามขำ” มากกว่าจะฮาจริงจัง

มุมมองคนดู (เสียงจากอินเทอร์เน็ต)
ใน Reddit บางคนเขียนว่า คือภาคที่ไม่จำเป็นเท่าไหร่” และมองว่าเรื่องราวบางส่วนทำไปเพื่อเพิ่มฉากแอ็กชันมากกว่าขยายอิมแพ็กต์ตัวละครจริง ๆ
ส่วนคนดูบางส่วนก็บอกว่า “แม้จะบู๊ไม่ว้าว แต่ตอนจบให้ฟีลครอบครัวอบอุ่นดี”
เหมาะกับใคร? แล้วใครอาจผ่านไป
เหมาะกับ
- คนชอบหนังครอบครัว + แอ็กชัน: ถ้าคุณอินกับครอบครัวที่ดูธรรมดาแต่มีอดีตลับสุดระทึก นี่คือหนังที่พอดีเป๊ะ
- คนที่ชอบบรรยากาศเทศกาล: ถ้าอยากดูหนังคริสต์มาสที่ไม่ได้หวานแค่บทโรแมนติก แต่มีความป่วน + บู๊ ผสมกัน
- คนดูสตรีมมิ่ง: เพราะฉายบน Apple TV+ มีแอปอยู่แล้วนี่ดูเพลิน ๆ ได้เลย
อาจไม่ใช่สำหรับ
- คนที่ต้องการแอ็กชันสุดมันส์: ถ้าคุณคาดหวังฉากบู๊ระเบิด เทคโนโลยีล้ำ หรือการต่อสู้แบบ “เอาจริง” อาจรู้สึกว่าหนังเบากว่าที่คิด
- คนชอบบทเขียนลึก/ซับซ้อน: โครงเรื่องอิงพล็อตเดิม +เพิ่มอดีต ไม่ได้เน้นจุดพลิกชั้นเชิงแบบหนังสายลับหนัก ๆ
- คนที่ซีเรียสเรื่องความสมจริง: ฉากแอ็กชันบางส่วนอาจดูไม่สมจริง หรือจังหวะผูกเรื่องบางจุดหลุดไปทาง “บันเทิงล้วน”

สรุป
โอเคจ้า…สรุปแบบไม่ต้องคิดเยอะ:คือหนังครอบครัวสายบู๊ +คริสต์มาส ที่กลับมาเอาความอบอุ่น +ความระทึกให้กับครอบครัวมอร์แกนอีกครั้ง —ในฉากยุโรปสวย ๆ แต่แน่นอนว่า “อดีตของ Dan” ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ
มันไม่ใช่หนังแอ็กชันสุดล้ำ หรือบทลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ แต่เป็นหนังดูง่าย ดูเพลิน ถ้ามีเวลาชิล ๆ อยากให้ชีวิตมีรสชาติคริสต์มาส +ความระทึกเล็กน้อย +ครอบครัวน่ารัก มันเหมาะมาก
จะให้คะแนนประมาณกลาง ๆ — ถ้าคุณดูเพลิน รับข้อด้อยนิดหน่อยได้ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกสตรีมมิ่งช่วงหยุดยาวที่ไม่เลวเลย




