สวัสดีครับ/ค่ะ ชาวเกมเมอร์! วันนี้เรามีเกม JRPG ระดับตำนานที่มาในฉบับที่อัปเกรดแบบยกเครื่องมาฝาก นั่นคือ Shin Megami Tensei V: Vengeance เกมที่ไม่ได้เป็นแค่การพอร์ต แต่เป็นการเติมเต็มสิ่งที่แฟน ๆ หลายคนโหยหาจากภาคหลัก จนกลายเป็นภาคที่สมบูรณ์แบบที่สุด และนี่คือรีวิวที่เราจะพาไปรู้จักกับหนุ่มน้อยนาโฮบิโนะ (Nahobino) ผู้กุมพลังเทพและปีศาจคนนี้ให้มากขึ้นครับ/ค่ะ
🌟 ข้อมูลเบื้องต้น: ผู้สร้างและภาพรวม
- ผู้พัฒนา/สตูดิโอ: Atlus สตูดิโอเจ้าของตำนานซีรีส์ Persona และ SMT ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำเกม RPG ที่มีเนื้อหาเข้มข้น การนำเสนอสไตล์อันโดดเด่น และระบบการเล่นที่ท้าทาย
- ประเภท: JRPG (Role-Playing Game สไตล์ญี่ปุ่น)
- แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, PlayStation 4, Nintendo Switch, Xbox Series X|S, Xbox One, PC (Steam)
- วันวางจำหน่าย: 14 มิถุนายน 2024

📝 สรุปเนื้อเรื่องย่อ (แบบไม่สปอยล์)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ อาโองามิ (Aogami) เด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาในกรุงโตเกียว ที่จู่ๆ ก็ถูกดูดเข้าไปยัง ดาอัต (Da’at) โลกปีศาจที่ล่มสลายและเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ เมื่อเขาถูกโจมตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เขาก็ได้รวมร่างกับสิ่งมีชีวิตลึกลับจนกลายเป็น นาโฮบิโนะ (Nahobino) ครึ่งเทพครึ่งปีศาจที่มีพลังมหาศาล
ในภาค Vengeance นี้ ผู้เล่นจะได้เลือกเดินในเส้นทางที่คุ้นเคยในชื่อ “Canon of Creation” (เนื้อเรื่องหลักของ SMT V ดั้งเดิม) หรือเลือกเส้นทางใหม่ล่าสุดที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาอย่าง “Canon of Vengeance”
- Canon of Vengeance: เส้นทางใหม่นี้จะเริ่มต้นคล้ายกัน แต่จะมีตัวละครใหม่ปริศนาปรากฏตัวขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอเหตุการณ์และตัวเลือกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง นำพาไปสู่บทสรุปที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ซึ่งเส้นทางใหม่นี้เองคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ SMT V: Vengeance ไม่ใช่แค่ภาคเสริม แต่เป็นเกมที่มอบประสบการณ์เนื้อเรื่องใหม่เกือบทั้งหมด
เส้นทางไหนที่คุณเลือก จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับการต่อสู้ระหว่างเทพเจ้าและปีศาจเพื่อชิงความเป็นใหญ่!
🔥 จุดเด่นที่ทำให้น่าติดตาม: 6 เหตุผลที่คุณควรเล่น!
1. สองเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างที่กล่าวไป เส้นทาง “Canon of Vengeance” เป็นการเขียนเนื้อเรื่องใหม่กว่า 60-70% ตั้งแต่ช่วงกลางเกมเป็นต้นไป มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนฉากจบ แต่เป็นการเพิ่มตัวละครหลักคนใหม่ บทสนทนาใหม่ และศัตรู/บอสใหม่ ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้เล่นเกมนี้เสมือนเป็นเกมใหม่ถึงสองเกมเลยทีเดียว
2. ตัวละครหลักคนใหม่และองค์ประกอบด้านเนื้อเรื่องที่ถูกเติมเต็ม
เส้นทาง Vengeance ได้นำเสนอ ลิลิธ (Lilith) ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่องราวใหม่นี้ การมีเธอเข้ามาทำให้เนื้อเรื่องมีความเข้มข้น มิติทางศีลธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น หลายคนที่เคยรู้สึกว่าเนื้อเรื่องของ SMT V ภาคหลักค่อนข้างเบาบาง จะพบว่าภาค Vengeance ได้มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างยอดเยี่ยม
3. ระบบการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและลื่นไหล
ระบบ Press Turn อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ยังคงอยู่ ซึ่งเน้นการใช้จุดอ่อนของศัตรูเพื่อได้เทิร์นพิเศษ (Extra Turn) และการบริหารจัดการปีศาจในทีม แต่ภาคนี้มีการปรับปรุง Quality of Life (QoL) และอินเตอร์เฟซให้ดูดีและใช้งานง่ายขึ้นมาก ทำให้การต่อสู้ที่ท้าทายและต้องใช้กลยุทธ์ยังคงสนุกสนาน แต่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
4. ปีศาจใหม่กว่า 40 ตัว!
นอกเหนือจากปีศาจกว่า 270 ตัวในภาคหลัก ภาค Vengeance ได้เพิ่มปีศาจใหม่เข้ามาอีกกว่า 40 ตัว โดยมีทั้งปีศาจจากซีรีส์เก่า ๆ ที่กลับมา และปีศาจดีไซน์ใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งทำให้การผสม (Fusion) ปีศาจสนุกและมีตัวเลือกมากขึ้นไปอีก
5. สภาพแวดล้อมและดันเจี้ยนที่ถูกปรับปรุง
มีการเพิ่ม “ดันเจี้ยนเฉพาะของเส้นทาง Vengeance” เข้ามา รวมถึงการปรับปรุงบางพื้นที่ในดาอัตให้ดูน่าสนใจและมีความซับซ้อนในการสำรวจมากขึ้น ทำให้ประสบการณ์การเดินสำรวจ (Exploration) ไม่ซ้ำซากจำเจสำหรับผู้เล่นที่เคยเล่นภาคหลักมาแล้ว
6. กราฟิกและการแสดงผลที่อัปเกรด
แม้ตัวเกมต้นฉบับจะสวยงามอยู่แล้ว แต่ในภาค Vengeance นี้ได้มีการปรับปรุงกราฟิกและประสิทธิภาพโดยรวม โดยเฉพาะเมื่อเล่นบนเครื่องคอนโซลยุคใหม่และ PC ทำให้ภาพมีความคมชัด เฟรมเรตที่เสถียรขึ้น และโหลดฉากได้เร็วขึ้นมาก

👍 ข้อดีเพิ่มเติม: ทำไมภาคนี้ถึงเป็นภาคที่ดีที่สุด
- เข้าถึงง่ายขึ้น: SMT Vengeance ได้เพิ่มระบบช่วยเหลือและปรับบาลานซ์บางส่วน ทำให้ผู้เล่นใหม่ที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับความยากระดับ “ฮาร์ดคอร์” ของซีรีส์นี้สามารถสนุกไปกับมันได้ง่ายขึ้น เช่น การจัดทีม และการเก็บเลเวลที่ลื่นไหลกว่าเดิม
- ระบบพรรคพวก (Companion System): ตัวละครที่เป็นพรรคพวกของเราจะเข้ามามีบทบาทในการต่อสู้มากขึ้น สามารถช่วยโจมตีหรือสนับสนุนเราได้ในบางครั้ง ซึ่งเป็นฟีเจอร์เล็กๆ ที่เพิ่มความหลากหลายในการเล่น
- เพลงประกอบที่ไพเราะและโดนใจ: ดนตรีประกอบของ Atlus ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ในภาค Vengeance ได้มีการเพิ่มเพลงใหม่ ๆ ที่เข้ากับอารมณ์ของเส้นทางใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้การเล่นเพลินจนวางไม่ลง
💡 สรุปส่งท้าย
เป็นมากกว่าแค่ฉบับสมบูรณ์ มันคือการ “แก้แค้น” (ตามชื่อ) ในแง่ของการนำเสนอเนื้อเรื่องที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ระบบที่สมบูรณ์แบบ และการเติมเต็มทุกอย่างที่ภาคหลักเคยขาดไป หากคุณเป็นแฟน SMT หรือกำลังมองหา JRPG ที่มีระบบการต่อสู้สุดลึกซึ้ง เนื้อเรื่องที่ชวนขบคิด และภาพลักษณ์ตัวละครที่สวยงาม (หนุ่มสวยรวยอสูรสมชื่อจริง ๆ!) นี่คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง




