🔥 รีวิว Dragon Ball Sparking! ZERO (Nintendo Switch 2)เมื่อเสียง “คาเมฮาเมฮ้า!” กลับมาดังกระหึ่ม…บนเครื่องพกพายุคใหม่ที่แรงจนเหมือนถือซุปเปอร์เซลล์ไว้ในมือ!ถ้าคุณเป็นแฟนดราก้อนบอลมาตั้งแต่สมัย Budokai Tenkaichi หรือเคยสู้กับเพื่อนจนปุ่มจอยสั่นหลุด…ข่าวดีคือ Sparking! ZERO บน Nintendo Switch 2 มันคือการกลับมาที่โคตรสมศักดิ์ศรี ฟีลแบบ “โอ้โห! นี่มัน Budokai Tenkaichi 4 ชัดๆ”แต่ในเวอร์ชันที่ยัดทุกอย่างให้ลื่นขึ้น แรงขึ้น และสนุกขึ้นเหมือนฉีดยาชูกำลังให้ทั้งเกมและคนเล่นไปพร้อมกัน
⚡ ประสบการณ์แรกบน Switch 2 — ลื่นแบบไม่อยากวางเครื่อง
อย่างแรกที่ต้องชมคือ ความลื่น Switch 2 ทำงานดีจนเกมต่อสู้แบบ 3D ที่เคยเน้นฉากกว้าง ๆ แบบดราก้อนบอล กลับเล่นได้แบบแทบไม่มีกระตุก
- เอฟเฟกต์พลัง ที่เคยเป็นฝันร้ายของเครื่องพกพา
- เวทีที่กว้างแบบลอยฟ้าไปจนถึงทะเลทราย
- ตัวละครที่ปล่อยท่าพิเศษจนจอแทบแตก
แต่ทั้งหมดนี้ลื่นหัวแตก!
มันทำให้ซีนใหญ่ ๆ อย่างตอนเบจิต้ารูป SSBE ปะทะโงกุน UI กลายเป็นโมเมนต์ที่เราจะเผลอยิ้มกว้างแบบเด็กได้จริง ๆ

🚀 ระบบการเล่น—ยังคงความเป็น Budokai Tenkaichi ที่เรารัก เพิ่มความทันสมัยเข้าไปอีก
เกมนี้ยังคงความ “บู๊สามมิติ” ที่ดราก้อนบอลสาย Tenkaichi ควรมี
วิ่ง โบยบิน กระแทก ปาเข้าเขา ปาหินใส่ ปล่อยท่ายักษ์
ครบ!
และ Switch 2 ก็รองรับระบบนี้ได้แบบสบายใจมาก
สิ่งที่รู้สึกได้เลยหลังจากจับจอยคือ
การควบคุมตอบสนองดีขึ้นกว่าที่คิด
บู๊กันมันส์ ๆ บนโหมดพกพาได้แบบไม่แพ้การเล่นบนทีวี
หมัดเด็ดคือ
- คอมโบต่อเนื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น
มือใหม่เข้าเกมแล้วไม่งง - ท่าไม้ตายอลังการมากขึ้น
จังหวะซูมกล้อง ยิงแสง ตัดมุมแบบอนิเมะคือดีย์ - AI ฉลาดขึ้น
ไม่ได้ปล่อยให้เรากดยำฝ่ายเดียวอีกต่อไป
โดยรวมคือ “สนุกทุกไฟต์ ไม่มีช่องว่างให้เบื่อ”
🎭 โหมดเนื้อเรื่อง—สายแฟนดอมฟินน้ำตาไหล
ถ้าคุณโตมากับเนื้อเรื่องไซย่า → ฟรีสเซอร์ → เซลล์ → บู → จนถึง Super
บอกเลยว่าเล่นเวอร์ชัน Switch 2 คือฟินจนอยากหยุดเวลา
เพราะโหมดเนื้อเรื่องครั้งนี้:
- เล่าแบบ ซีเนมาติกกึ่งรีเมก
- ฉากอนิเมะถูกคัดมาแบบดีย์ ๆ
- ปรับให้เข้ากับการเล่นจริงจนคึกคักกว่าที่เคย
การได้สู้ฟรีสเซอร์ในดาวนาเม็กด้วยเครื่องพกพา แต่ภาพกับเสียงคืออลังการระดับคอนโซล มันคือโมเมนต์ที่ทำให้คนรักดราก้อนบอลยิ้มไม่หุบจริง ๆ
🥊 ตัวละครเยอะจนเลือกไม่ถูก + ความแตกต่างที่สัมผัสได้จริง
Sparking! ZERO ได้ชื่อว่าเป็นภาคที่มีตัวละครเยอะมากกกก
แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ “แต่ละตัวมีเอกลักษณ์”
ไม่ได้เหมือนกันแค่เปลี่ยนสีผม
โงกุนแต่ละร่าง มือหนักต่างกัน
เบจิต้าต่างยุคเล่นคนละฟีล
พวกสายตัวร้ายอย่างแจ็คฟรอสต์ ฮิต บีรุส ก็มีสไตล์ที่ชัดมาก
แค่ลองเล่นทุกตัวก็สนุกแล้ว
🎧 ภาพและเสียง—ระเบิดความมันตามสไตล์ดราก้อนบอล
ภาพบน Switch 2 ทำได้ เกินความคาดหมาย
ไม่ถึงกับเท่าเครื่องใหญ่ แต่จัดว่าสวยจริง สีสด เอฟเฟกต์ชัด และไม่แตกเลยแม้เล่นบนโหมดมือถือ
เสียงประกอบคือดีแบบ “เจ็บหัวใจ”
เพลงบู๊เดือด
เสียงหมัดดังโป้ก ๆ แบบสะใจ
เสียงเอฟเฟกต์ตอนปล่อยท่าไม้ตายคือดึงฟีลอนิเมะเต็ม ๆ
เล่นแล้วหัวใจเต้นแรงเหมือนตอนดูดราก้อนบอลตอนเด็ก ๆ…แต่อัพเกรดกว่าเดิมเยอะ
🎮 เหมาะกับใคร?
✔ แฟนดราก้อนบอลที่รอภาคแบบ Budokai Tenkaichi มานาน
✔ คนที่ชอบเกมบู๊ 3D แบบสนุกลื่น เล่นเรื่อย ๆ ไม่เครียด
✔ ผู้เล่นที่อยากมีเกมดราก้อนบอลพกติดตัวไว้เล่นได้ทุกที่
✔ คนที่อยากเอา Switch 2 ไปแข่งกับเพื่อน—โคตรมัน!
ส่วนคนที่อยากได้เกมเนื้อหนัก ๆ หรือ RPG ลึก ๆ อาจรู้สึกว่าเกมนี้ออกสายบู๊ล้วน ๆ หน่อย แต่ถ้าต้องการความมัน แบบปล่อยแสงใส่กันให้สะใจ คือใช่เลย

🎉 สรุป
Nintendo Switch 2 คือการกลับมาที่ตอบโจทย์แฟนยุคเก่า และดึงแฟนยุคใหม่ได้อยู่หมัด สนุก ลื่น เหมาะกับการเล่นทุกที่ และยังคงความเป็น “ดราก้อนบอลสายบู๊” ที่เราคิดถึงที่สุด
ถ้าคุณมี Switch 2 อยู่แล้ว—เกมนี้คือ “ต้องมี”
ถ้ายังไม่มี—ระวังนะ…คุณอาจซื้อเครื่องเพราะเกมนี้โดยไม่รู้ตัวเหมือนหลายคนเลย 😆🔥




