รีวิวเกม Cloudheim – ผจญภัยโลกแฟนตาซีบนก้อนเมฆ ที่ทั้งสวย ลึก และเล่นเพลินเกินคาดในช่วงที่เกมแนวแอ็กชันผจญภัยผสม RPG ออกมาให้เลือกเล่นมากมาย คือหนึ่งในเกมที่โดดเด่นด้วยโลกแฟนตาซีอันมีเอกลักษณ์และระบบการเล่นที่เข้าถึงง่าย แต่ซ่อนความลึกไว้ภายใน เหมาะทั้งสำหรับผู้เล่นสายชิลที่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศ และผู้เล่นที่ชอบความท้าทายจากการต่อสู้และการพัฒนาตัวละคร
เป็นผลงานจากทีมพัฒนาเกมอินดี้สายคุณภาพ ที่ให้ความสำคัญกับงานศิลป์และประสบการณ์ของผู้เล่นเป็นหลัก ตัวเกมถูกออกแบบมาให้มีความร่วมสมัย ทั้งในด้านภาพ ระบบเกมเพลย์ และการเล่าเรื่อง แม้จะไม่ใช่เกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA แต่ความตั้งใจและรายละเอียดที่ใส่เข้ามา ทำให้ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน

พาผู้เล่นเข้าสู่โลกแฟนตาซีที่ตั้งอยู่ เหนือท้องฟ้า บนหมู่เกาะลอยฟ้าและดินแดนที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อโลกที่เคยสงบเริ่มสั่นคลอนจากพลังลึกลับบางอย่าง ตัวเอกจึงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริง พร้อมทั้งเผชิญหน้ากับศัตรู สิ่งมีชีวิตประหลาด และความลับของโลกแห่งนี้
เนื้อเรื่องของ ไม่ได้เร่งเร้า แต่ค่อย ๆ เปิดเผยผ่านการสำรวจ บทสนทนา และภารกิจย่อย ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังผจญภัยในโลกที่มีชีวิต ไม่ใช่แค่ทำเควสต์ตามลำดับเท่านั้น
1. โลกเกมสวยงาม มีเอกลักษณ์
หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของ คือการออกแบบโลก หมู่เกาะลอยฟ้า เมืองบนเมฆ และฉากธรรมชาติถูกสร้างขึ้นอย่างมีจินตนาการ โทนสีและแสงช่วยสร้างบรรยากาศแฟนตาซีที่ดูผ่อนคลาย แต่ก็แฝงความลึกลับ
2. ระบบการต่อสู้เข้าใจง่าย แต่มีมิติ
เกมใช้ระบบแอ็กชันแบบเรียลไทม์ ผู้เล่นสามารถโจมตี หลบ และใช้สกิลได้อย่างลื่นไหล ช่วงแรกอาจดูเล่นง่าย แต่เมื่อเกมดำเนินไป จะเริ่มต้องวางแผน เลือกอุปกรณ์ และใช้สกิลให้เหมาะสมมากขึ้น
3. การพัฒนาตัวละครที่ยืดหยุ่น
เปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับสไตล์การเล่นได้หลากหลาย ทั้งสายโจมตี สายเวท หรือแนวสมดุล ทำให้การเล่นซ้ำไม่น่าเบื่อ และเหมาะกับผู้เล่นหลายแนว
4. การสำรวจที่ให้รางวัลกับความอยากรู้อยากเห็น
โลกของเกมเต็มไปด้วยทางลับ ไอเทมพิเศษ และเรื่องราวย่อย การออกนอกเส้นทางหลักมักให้รางวัลที่คุ้มค่า ทั้งในแง่ของไอเทมและเนื้อหาเสริม
ข้อดี
- งานภาพและบรรยากาศโดดเด่น น่าจดจำ
- เกมเพลย์ลื่น เล่นสนุก ไม่ซับซ้อนเกินไป
- เนื้อเรื่องค่อย ๆ ดึงให้ผู้เล่นอยากติดตาม
- ระบบพัฒนาตัวละครยืดหยุ่น
- เหมาะทั้งผู้เล่นมือใหม่และสาย RPG

เกมผจญภัยแฟนตาซี ที่อาจไม่ได้เน้นความหวือหวาแบบเกมฟอร์มยักษ์ แต่ชนะใจผู้เล่นด้วยโลกที่สวยงาม ระบบการเล่นที่สมดุล และประสบการณ์ที่ “เล่นแล้วเพลิน” อย่างแท้จริง หากคุณกำลังมองหาเกมที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกบนก้อนเมฆ ได้สำรวจ ต่อสู้ และค่อย ๆ ทำความรู้จักกับเรื่องราวของโลกแฟนตาซีแห่งนี้คือหนึ่งในเกมที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาไปกับมันอย่างช้า ๆ และคุ้มค่าแน่นอน




