รีวิวเกม Pickmon เกมแนว สะสมมอนสเตอร์ คราฟต์ของ และเอาตัวรอดในโลกเปิด ที่เล่นเพลินเกินคาดถ้าให้ผมเล่าแบบเพื่อนคุยกันตรง ๆ เวลามีคนถามว่า “ช่วงนี้มี เกมแนวโลกเปิดที่ผสมการสะสมมอนสเตอร์กับการคราฟต์เอาตัวรอด สนุก ๆ ไหม” หนึ่งในเกมที่ผมมักหยิบขึ้นมาพูดถึงคือเพราะมันเป็นเกมที่รวมหลายแนวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ทั้งการสำรวจโลก การสร้างไอเท็ม การจับมอนสเตอร์ และการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตอนแรกที่ผมลองเล่น ผมคิดว่าเกมนี้คงเป็นแค่เกมสะสมมอนสเตอร์ทั่วไปที่มีระบบคราฟต์เพิ่มเข้ามานิดหน่อย แต่พอเล่นจริงกลับพบว่า มีความลึกของระบบมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะระบบโลกเปิดที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังผจญภัยในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดและทรัพยากรที่ต้องจัดการอย่างชาญฉลาด
ในโลกของผู้เล่นจะเริ่มต้นในฐานะนักสำรวจคนหนึ่งที่เดินทางเข้าสู่ดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มอนสเตอร์ แต่ละตัวมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง บางตัวเป็นมิตร บางตัวดุร้าย และบางตัวก็มีความสามารถพิเศษที่ช่วยให้การเอาตัวรอดง่ายขึ้น สิ่งแรกที่ผู้เล่นต้องเรียนรู้คือการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นไม้ หิน หรือพืชต่าง ๆ เพื่อนำมา คราฟต์อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งก่อสร้าง เพราะในโลกเปิดแบบนี้ การมีอุปกรณ์ที่ดีถือเป็นหัวใจสำคัญของการเอาตัวรอด การสร้างบ้านพักเล็ก ๆ ใกล้แหล่งน้ำ การสร้างเตาเผาเพื่อแปรรูปทรัพยากร หรือแม้แต่การสร้างกับดักจับมอนสเตอร์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ทำให้เกมนี้สนุกและมีเป้าหมายตลอดเวลา
สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากเกมสะสมมอนสเตอร์หลายเกมคือระบบความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นกับมอนสเตอร์ มอนสเตอร์ไม่ได้มีไว้เพียงแค่ต่อสู้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วย บางตัวช่วยหาแร่ บางตัวช่วยตัดไม้ และบางตัวช่วยป้องกันฐานจากศัตรู ถ้าให้เปรียบง่าย ๆ มอนสเตอร์ในเกมนี้เหมือนกับ เพื่อนร่วมทีมที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้เล่น ไม่ใช่แค่ตัวละครที่เก็บไว้ในคอลเลกชัน การเลือกว่าจะพามอนสเตอร์ตัวไหนออกผจญภัยจึงกลายเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีผลต่อการเล่น
ตัวละครที่ผู้เล่นพบเจอระหว่างทางก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้โลกของ มีชีวิตชีวา ในระหว่างการสำรวจ ผู้เล่นจะได้พบกับนักผจญภัยคนอื่น ๆ พ่อค้าพเนจร หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านมอนสเตอร์ที่พร้อมจะแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์หายาก ตัวละครบางคนอาจมอบภารกิจให้ผู้เล่น เช่น การตามหามอนสเตอร์พิเศษ การรวบรวมทรัพยากรจำนวนหนึ่ง หรือการช่วยกำจัดภัยคุกคามในพื้นที่ ภารกิจเหล่านี้ช่วยให้การสำรวจโลกเปิดมีจุดหมายมากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบของเกมไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ผมชอบในคือการออกแบบโลกที่หลากหลาย ผู้เล่นสามารถเดินทางผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ป่าเขียวชอุ่ม ทะเลทรายแห้งแล้ง ไปจนถึงภูเขาหิมะ แต่ละพื้นที่มีทรัพยากรและมอนสเตอร์ที่แตกต่างกัน ทำให้การสำรวจไม่เคยน่าเบื่อ ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ป่าอาจมีมอนสเตอร์สายพืชที่ช่วยเก็บวัตถุดิบได้เร็ว ส่วนในภูเขาหิมะอาจมีมอนสเตอร์ที่ทนต่อสภาพอากาศหนาวจัดและช่วยผู้เล่นเดินทางได้ง่ายขึ้น ความแตกต่างของสภาพแวดล้อมทำให้ผู้เล่นต้องปรับกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
ในด้านระบบเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างละเอียด ผู้เล่นต้องจัดการทรัพยากรอย่างระมัดระวัง การสร้างอาวุธที่ดีต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิด และบางครั้งต้องออกเดินทางไกลเพื่อหาของหายาก การวางแผนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่น จะสร้างฐานถาวรในพื้นที่ไหน จะพามอนสเตอร์ตัวใดไปสำรวจ และจะจัดการทรัพยากรอย่างไรให้เพียงพอสำหรับการผจญภัยระยะยาว ระบบเหล่านี้ทำให้ Pickmon ไม่ใช่แค่เกมจับมอนสเตอร์ แต่เป็นเกมเอาตัวรอดเต็มรูปแบบ
สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างคืออารมณ์ของเกมที่ไม่ได้จริงจังเกินไป แม้ว่าจะเป็นเกมเอาตัวรอด แต่หลายช่วงก็มีความสนุกแบบเบา ๆ เช่น มอนสเตอร์บางตัวมีพฤติกรรมตลก ๆ หรือการที่เพื่อนร่วมทีมของเราวิ่งวุ่นช่วยเก็บทรัพยากรจนบางครั้งดูเหมือนกำลังทำงานในฟาร์มมากกว่าการผจญภัยในโลกแฟนตาซี ความรู้สึกแบบนี้ทำให้การเล่นดูผ่อนคลายและเล่นได้นานโดยไม่รู้สึกกดดัน
ในมุมของคนที่เล่นเกมแนวโลกเปิดมาหลายเกม ผมมองว่า ประสบความสำเร็จในการผสมผสานองค์ประกอบหลายอย่างเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ไม่ว่าจะเป็น ระบบสะสมมอนสเตอร์ ระบบคราฟต์ ระบบเอาตัวรอด และการสำรวจโลกเปิด ทุกอย่างทำงานร่วมกันจนกลายเป็นประสบการณ์การเล่นที่ต่อเนื่อง ผู้เล่นมีเป้าหมายเสมอว่าจะจับมอนสเตอร์ตัวใหม่ สร้างอุปกรณ์ที่ดีกว่า หรือสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่เคยไป

เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมแนวโลกเปิดที่ผสมผสานระหว่างการสะสมมอนสเตอร์ การคราฟต์อุปกรณ์ และการเอาตัวรอดได้อย่างลงตัว จุดเด่นของเกมคือโลกที่กว้างใหญ่ ระบบมอนสเตอร์ที่มีบทบาทหลากหลาย และการออกแบบการเล่นที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างเส้นทางการผจญภัยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฐานขนาดใหญ่ การสะสมมอนสเตอร์หายาก หรือการสำรวจพื้นที่ลึกลับทั่วแผนที่ สำหรับคนที่ชื่นชอบ เกมแนว Open World เอาตัวรอด และสะสมมอนสเตอร์ เกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมันไม่ใช่แค่เกมจับมอนสเตอร์ธรรมดา แต่เป็นเกมที่ให้ผู้เล่นสร้างเรื่องราวการผจญภัยของตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้.




