“เรย์ไวท์ จอมเวทดาบเหมันต์” ประกาศซีซัน 2! ZERO-G เตรียมสานต่อความมันส์ของจอมเวทสุดแกร่งแฟนอนิเมะแนวแฟนตาซีเตรียมเฮกันได้เลย หลังจากอนิเมะเรื่องหรือชื่อญี่ปุ่น ได้ประกาศสร้างซีซัน 2 อย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า สตูดิโอ ZERO-G จะกลับมารับหน้าที่ผลิตต่อเช่นเดิม ทำเอาแฟน ๆ ที่ติดตามซีซันแรกต่างตั้งตารอการกลับมาของ “เรย์ ไวท์” จอมเวทผู้ถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกครั้งการประกาศครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับสายอนิเมะแฟนตาซีโรงเรียนเวทมนตร์ เพราะซีซันแรกสามารถสร้างฐานแฟนได้ไม่น้อย ด้วยจุดเด่นทั้งฉากแอ็กชัน เวทน้ำแข็งสุดอลังการ และตัวเอกที่เก่งแบบมีมิติ ไม่ได้เป็นเพียงพระเอกเทพธรรมดาทั่วไป
จากไลต์โนเวลสู่อนิเมะสุดฮิต
อนิเมะเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากไลต์โนเวลผลงานของ Nana Mikoshiba พร้อมภาพประกอบโดย Riko Korie โดยตัวนิยายได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น ก่อนจะถูกนำมาสร้างเป็นมังงะและอนิเมะในเวลาต่อมาเวอร์ชันอนิเมะผลิตโดย ZERO-G ซึ่งหลายคนอาจคุ้นชื่อจากผลงานสายคอเมดี้และแฟนตาซีหลายเรื่อง จุดเด่นของสตูดิโอนี้คือการออกแบบฉากแอ็กชันที่ดูไหลลื่นและการใช้สีที่โดดเด่น โดยเฉพาะฉากเวทน้ำแข็งในเรื่องนี้ที่ทำออกมาได้สวยงามเกินคาด
เรื่องย่อของ “เรย์ไวท์ จอมเวทดาบเหมันต์”
เรื่องราวติดตามชีวิตของ “เรย์ ไวท์” เด็กหนุ่มผู้เป็นหนึ่งในจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขาคือผู้ใช้ฉายา “Iceblade Sorcerer” หรือ “จอมเวทดาบเหมันต์” บุคคลระดับตำนานที่เคยเข้าร่วมสงครามครั้งใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อยแม้จะมีพลังมหาศาล แต่เรย์กลับเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ด้วยการเข้าเรียนใน “Arnold Academy of Sorcery” โรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงและอัจฉริยะจากทั่วประเทศปัญหาคือ เรย์เป็นเพียง “สามัญชน” คนแรกที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้เขาต้องเผชิญทั้งการดูถูก ความอิจฉา และปริศนามากมายที่กำลังคืบคลานเข้ามาระหว่างนั้น เขายังต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงในฐานะ “จอมเวทดาบเหมันต์” ผู้เคยสร้างตำนานในสนามรบเอาไว้ด้วย
จุดเด่นที่ทำให้อนิเมะเรื่องนี้น่าติดตาม
1. พระเอกสายเทพ แต่มีมิติ
หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของเรื่องคือ “เรย์” ไม่ได้เป็นพระเอกเก่งแบบไร้เหตุผล เขามีอดีตที่เจ็บปวดจากสงคราม มีบาดแผลทางจิตใจ และต้องพยายามใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ทั้งที่ตัวเองแบกรับพลังระดับทำลายล้างเอาไว้สิ่งนี้ทำให้ตัวละครมีมิติและดูน่าติดตามมากกว่าพระเอกสายโอเวอร์พาวเวอร์ทั่วไป
2. ฉากแอ็กชันเวทน้ำแข็งสุดอลังการ
อีกหนึ่งจุดขายที่แฟน ๆ ชื่นชอบคือฉากต่อสู้ที่ใช้เวทน้ำแข็งเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างดาบน้ำแข็ง การแช่แข็งพื้นที่ หรือการต่อสู้ระยะประชิดผสมเวทมนตร์หลายฉากในซีซันแรกทำออกมาได้ค่อนข้างดี ทั้งมุมกล้อง เอฟเฟกต์ และจังหวะการต่อสู้ จนกลายเป็นหนึ่งในอนิเมะแฟนตาซีที่ดูสนุกเกินความคาดหมาย
3. เคมีของตัวละครดูเพลิน
แม้จะเป็นอนิเมะแนวโรงเรียนเวทมนตร์ แต่เรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงความสัมพันธ์ของกลุ่มตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น รุ่นพี่ หรือเหล่านางเอกที่มีบุคลิกแตกต่างกันชัดเจนจังหวะคอเมดี้ของเรื่องก็ช่วยให้ดูง่าย ไม่หนักจนเกินไป ทำให้สามารถดูได้ทั้งสายแอ็กชันและสายชิล

ซีซัน 2 จะเล่าเรื่องอะไรต่อ?
แม้รายละเอียดเนื้อหาของซีซัน 2 จะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่คาดว่าจะต่อจากเหตุการณ์สำคัญช่วงท้ายของซีซันแรก ที่เริ่มเผยเบื้องหลังองค์กรลับและความลับเกี่ยวกับพลังของเรย์มากขึ้นนอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่แฟน ๆ จะได้เห็นศัตรูใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม รวมถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครหลักที่เข้มข้นขึ้นอีกด้วยหลายคนคาดหวังว่าซีซันใหม่จะยกระดับคุณภาพงานภาพและฉากแอ็กชันให้ดียิ่งกว่าเดิม หลังจากซีซันแรกได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดีจากแฟนอนิเมะแฟนตาซี
“เรย์ไวท์ จอมเวทดาบเหมันต์” ทำไมแฟนอนิเมะไม่ควรพลาดซีซัน 2
Hyouken no Majutsushi ga Sekai wo Suberu สำหรับใครที่ชื่นชอบอนิเมะแนวโรงเรียนเวทมนตร์ พระเอกเทพ แฟนตาซีต่อสู้ และมีพล็อตปริศนาแทรกอยู่ถือเป็นอีกเรื่องที่ตอบโจทย์ได้ครบแม้พล็อตบางส่วนจะมีกลิ่นอายคล้ายอนิเมะแนวโรงเรียนเวทมนตร์หลายเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างคือบรรยากาศที่จริงจังขึ้น ตัวเอกที่มีอดีตฝังใจ และฉากแอ็กชันเวทน้ำแข็งที่เป็นเอกลักษณ์การกลับมาของซีซัน 2 จึงน่าจับตามองไม่น้อย เพราะอาจเป็นช่วงสำคัญที่เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้น ทั้งด้านพลังของเรย์ ศัตรูใหม่ และความลับที่ยังไม่ถูกเปิดเผยแฟน ๆ คงต้องรอติดตามกันต่อว่า ZERO-G จะพาซีรีส์นี้ไปได้ไกลแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ยังไม่หยุดสร้างความหนาวเย็นและความมันส์อย่างแน่นอน!




