ทนายสายเดือด

ทนายสายเดือด Lawless Lawyer

รีวิว (ทนายสายเดือด) เมื่อกฎหมายไม่ได้สู้ด้วยปากอย่างเดียว แต่ต้องสู้ด้วยหมัด!ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์กฎหมายที่ฉีกกฎความซ้ำซากจำเพาะเดิมๆ ที่มีแต่การชิงไหวชิงพริบในศาลเพียงอย่างเดียวคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดครับ ซีรีส์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับนิยามใหม่ของคำว่า “ทนายความ” ที่ไม่ได้ถือแค่ตัวบทกฎหมาย แต่ยังกำหมัดแน่นพร้อมบวกทุกเมื่อ!

รายละเอียดซีรีส์

  • ชื่อเรื่อง: Lawless Lawyer ( 무법 변호사)
  • ผู้กำกับ: คิมจินมิน (จากผลงานคุณภาพอย่าง Extracurricular และ My Name)
  • ผู้เขียนบท: ยุนฮยอนโฮ (ผู้เขียนบทภาพยนตร์แนวสืบสวนชื่อดังอย่าง The Attorney)
  • ช่องทางรับชม: Netflix, Viu, iQIYI

เรื่องย่อ: เมื่ออดีตนักเลง สวมครุยทนายเพื่อกลับมาชำระแค้น

เรื่องราวเริ่มต้นที่ บงซังพิล (รับบทโดย อีจุนกิ) ทนายความหนุ่มผู้มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา เขาเติบโตมาในแก๊งนักเลงโดยมีลุงเป็นหัวหน้าแก๊งใหญ่ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเห็นแม่ของตัวเองที่เป็นทนายความถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาในวัยเด็กด้วยฝีมือของผู้มีอิทธิพลในเมืองกีซอง

ซังพิลใช้เวลาหลายสิบปีสะสมประสบการณ์ ทั้งการเป็นนักเลงที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ และการศึกษาจนกลายเป็นทนายความที่เก่งฉกาจ เขาตัดสินใจกลับมายังเมืองกีซองเพื่อเปิดสำนักงานกฎหมาย “ไร้กฎหมาย” โดยมีเป้าหมายเดียวคือการลากตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังความตายของแม่มาลงโทษ

เขาได้พบกับ ฮาแจอี (รับบทโดย ซอเยจี) ทนายสาวผู้รักความถูกต้องแต่เพิ่งถูกพักใบอนุญาตเพราะไปซัดหน้าผู้พิพากษาที่ตัดสินไม่เป็นธรรม ทั้งสองต้องร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มอำนาจมืดที่นำโดย ชา มุนซุก ผู้พิพากษาหญิงที่ชาวเมืองเคารพนับถือราวกับนักบุญ แต่เบื้องหลังกลับเน่าเฟะเกินจินตนาการ

ทนายสายเดือด

ทนายสายเดือด ทำไมเรื่องนี้ถึง “น่าติดตาม” จนหยุดดูไม่ได้?

1. เคมีที่ลงตัวของ “อีจุนกิ” และ “ซอเยจี”

อีจุนกิ ในบท บงซังพิล คือที่สุดของความเท่! เขาถ่ายทอดบททนายสายกวนที่มีทั้งความกะล่อน ความเก่ง และความดุดันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนซอเยจีในบท ฮาแจอี ก็ไม่ใช่ “นางเอกสายอ่อนแอ” เธอฉลาด มีอุดมการณ์ และเป็นคู่หูที่สนับสนุนพระเอกได้ยอดเยี่ยม เคมีของคู่นี้มีความเป็นผู้ใหญ่และดูเป็นทีมเดียวกันจริงๆ

2. ฉากแอ็กชันสุดระห่ำระดับภาพยนตร์

ลืมภาพทนายยืนเถียงกันจนหลับไปได้เลย เพราะเรื่องนี้กำกับโดย คิมจินมิน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการทำฉากแอ็กชันให้ดูดิบ ดุดัน และถึงใจ ซีนต่อสู้ของอีจุนกิ (ซึ่งเขาเล่นเองเกือบทั้งหมดโดยไม่ใช้สแตนอิน) มีความพริ้วไหวแต่หนักแน่น ผสมผสานศิลปะการต่อสู้หลายแขนง ทำให้ทุกครั้งที่มีการ “นอกรอบ” จากศาล คนดูจะรู้สึกสะใจเป็นพิเศษ

3. ตัวร้ายที่ฉลาดและทรงพลัง

ซีรีส์จะสนุกไม่ได้เลยถ้าตัวร้ายอ่อนแอ แต่ใน Lawless Lawyer ตัวร้ายอย่าง ผู้พิพากษาชามุนซุก และ อันโอจู คือศัตรูที่น่ากลัวที่สุด พวกเขาไม่ได้ใช้แค่กำลัง แต่ใช้ “อำนาจ” และ “ศรัทธา” ของประชาชนเป็นเกราะป้องกันตัว ทำให้การที่พระเอกจะเอาชนะได้นั้นไม่ใช่แค่การชกต่อย แต่ต้องเป็นการขุดรากถอนโคนความเชื่อของคนทั้งเมือง

4. การตีแผ่ความโสมมของกระบวนการยุติธรรม

ซีรีส์นำเสนอประเด็นที่ว่า “เมื่อกฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือของคนเลว เราก็ต้องใช้วิธีที่อยู่นอกเหนือกฎหมายมาจัดการ” ความเปราะบางของระบบศาล การคอรัปชัน และการสมรู้ร่วมคิดระหว่างนักการเมืองกับกลุ่มอิทธิพล ถูกนำมาเรียงร้อยได้อย่างน่าสนใจและน่าติดตามทุกตอน

ทนายสายเดือด

บทสรุปความน่าดู

Lawless Lawyer ไม่ใช่แค่ซีรีส์กฎหมายเครียดๆ แต่เป็น “ความบันเทิงครบรส” ที่มีทั้งฉากสืบสวนที่ชวนลุ้น แอ็กชันที่มันหยดหย้อย และเส้นเรื่องความรักที่กำลังดี ไม่มากจนเสียเรื่อง แต่พอให้คนดูได้ยิ้มตาม เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วสะใจ เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว เหมาะมากสำหรับใครที่อยากดูอะไรมันๆ ในช่วงวันหยุด

“กฎหมายอาจจะมีความยุติธรรม แต่คนใช้กฎหมายอาจจะไม่… ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้กำปั้นช่วยตัดสิน!” — นี่คือหัวใจหลักที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ครองใจแฟนๆ ทั่วเอเชียครับ

Scroll to Top