รีวิวซีรีย์จีน Pursuit of Jade (2026) – ล่าหยก โรแมนติกย้อนยุคที่ทั้งเข้มข้นและอบอุ่นหัวใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซีรีย์จีนแนวย้อนยุคยังคงเป็นหนึ่งในแนวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และในปี 2026 ก็มีอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างมาก นั่นคือซีรีย์โรแมนติก–ดราม่าที่ผสมทั้งการเมือง การต่อสู้ และเรื่องราวความรักที่ค่อย ๆ เติบโตท่ามกลางความวุ่นวายของยุคสมัยเสน่ห์ของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เคมีของนักแสดงนำเท่านั้น แต่ยังมีโครงเรื่องที่ทั้งเข้มข้นและแตกต่างจากซีรีย์ย้อนยุคทั่วไป จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งใน ซีรีย์จีนม้ามืดแห่งปี 2026
ข้อมูลซีรีย์เบื้องต้น
- ชื่อเรื่อง: Pursuit of Jade (逐玉)
- แนว: โรแมนติก / ย้อนยุค / การเมือง / ดราม่า
- จำนวนตอน: 40 ตอน
- ออกอากาศครั้งแรก: 6 มีนาคม 2026
- แพลตฟอร์ม: Tencent Video, iQIYI และ Netflix ในบางประเทศ
ทีมผู้สร้าง
ซีรีย์เรื่องนี้กำกับโดย Zeng Qingjie ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีสไตล์ภาพสวยและการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์บทซีรีย์เขียนโดยทีมงานอย่างZou Yueร่วมกับทีมเขียนบทอีกหลายคน โดยดัดแปลงจากนิยายออนไลน์เรื่อง “Zhu Yu” ของนักเขียนTuan Zi Lai Xi
เรื่องย่อซีรีย์ ล่าหยก
เรื่องราวเริ่มต้นจากหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งชื่อ Fan Changyu ลูกสาวของพ่อค้าเนื้อที่ต้องรับภาระดูแลครอบครัวเพียงลำพังหลังจากสูญเสียพ่อแม่ไป เธอเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา วันหนึ่งในช่วงพายุหิมะ เธอได้ช่วยชีวิตชายลึกลับที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาคือ Xie Zheng ขุนนางผู้ตกอับที่กำลังซ่อนตัวจากศัตรูและมีอดีตที่เต็มไปด้วยปริศนา ด้วยเหตุผลของทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่จึงตัดสินใจ แต่งงานกันแบบหลอก ๆ
- ฝานฉางอวี้ต้องการปกป้องครอบครัวและทรัพย์สิน
- เซี่ยเจิ้งต้องการซ่อนตัวและรอเวลาล้างแค้น
แต่สิ่งที่เริ่มต้นจากการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ กลับค่อย ๆ พัฒนาเป็น ความรักที่แท้จริงทว่าเส้นทางของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะการเมือง การแก้แค้น และสงครามกำลังรออยู่เบื้องหน้า เมื่อประเทศเข้าสู่ความวุ่นวาย ทั้งสองต้องแยกจากกันและต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ก่อนจะกลับมาพบกันอีกครั้งในสนามรบ
นักแสดงนำและเคมีที่แฟน ๆ พูดถึง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ซีรีย์เรื่องนี้ได้รับความสนใจตั้งแต่ก่อนออกอากาศ คือการจับคู่ของนักแสดงนำที่เคมีเข้ากันอย่างมากนักแสดงหนุ่มที่เคยสร้างชื่อจากซีรีย์จีนหลายเรื่อง กลับมาในบทบาทของขุนนางผู้สูญเสียอำนาจ แต่ยังคงความเฉลียวฉลาดและความเด็ดขาดบทบาทนี้ทำให้เขาได้แสดงทั้ง
- ความเป็นผู้นำ
- ความเจ็บปวดจากอดีต
- และความรักที่ค่อย ๆ ก่อตัว
Tian Xiwei – รับบท Fan Changyu
นางเอกของเรื่องถือเป็นตัวละครที่โดดเด่นมาก เพราะต่างจากภาพนางเอกย้อนยุคทั่วไปคือหญิงสาวที่
- แข็งแรง
- กล้าหาญ
- และสามารถต่อสู้ได้จริง
จนหลายคนยกให้เป็น นางเอกสายลุยที่น่าสนใจที่สุดของปี

ความน่าสนใจที่ทำให้ซีรีย์เรื่องนี้น่าติดตาม
1. พล็อต “แต่งงานปลอม” ที่พัฒนาอย่างมีชั้นเชิง
แม้พล็อตแต่งงานปลอมจะเป็นสูตรสำเร็จของซีรีย์โรแมนติก แต่ Pursuit of Jade เล่าเรื่องได้ลึกกว่าเดิมเพราะความสัมพันธ์ของตัวละครไม่ได้พัฒนาแค่เรื่องความรัก แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
- การเมือง
- ความแค้นในอดีต
- และการเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ
2. นางเอกสายแกร่งที่ไม่ต้องรอให้พระเอกช่วย
หนึ่งในจุดขายสำคัญคือ Fan Changyu ไม่ใช่นางเอกที่รอให้พระเอกช่วยเสมอเธอสามารถ
- ใช้มีด
- ต่อสู้
- และแม้กระทั่งออกไปร่วมสงคราม
ภาพของหญิงสาวที่ถือมีดของคนขายเนื้อออกไปสู้ในสนามรบ กลายเป็นภาพจำที่ทำให้ซีรีย์เรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ
3. โรแมนติกผสมการเมืองและสงคราม
ซีรีย์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉากหวาน ๆ แต่ยังมีเนื้อหาด้าน
- การแย่งชิงอำนาจ
- การวางแผนของขุนนาง
- และการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ
ทำให้เรื่องราวมีความ เข้มข้นและหลากหลายอารมณ์
4. โปรดักชันระดับซีรีย์ฟอร์มใหญ่
ซีรีย์ถ่ายทำที่ Hengdian World Studios ซึ่งเป็นสตูดิโอถ่ายทำซีรีย์ย้อนยุคขนาดใหญ่ของจีน ทั้งฉากเมืองโบราณ เครื่องแต่งกาย และฉากสงคราม ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ภาพรวมของเรื่องดูอลังการและสมจริงหลังจากออกอากาศไม่นาน ซีรีย์เรื่องนี้ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยมีค่าความนิยมบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในซีรีย์ที่ถูกพูดถึงมากในช่วงต้นปี 2026
สรุปรีวิว Pursuit of Jade
หากคุณเป็นแฟนซีรีย์จีนแนวย้อนยุคที่มีทั้งความรัก ดราม่า และการเมืองถือเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดจุดเด่นของเรื่องนี้คือ
- พล็อตแต่งงานปลอมที่เล่าได้สนุกและลึก
- ตัวละครนางเอกที่แข็งแกร่งไม่เหมือนใคร
- เคมีของนักแสดงนำที่เข้ากันอย่างลงตัว
- โปรดักชันสวยงามแบบซีรีย์ฟอร์มใหญ่
ทั้งหมดนี้ทำให้ Pursuit of Jade กลายเป็นซีรีย์จีนที่ทั้งดูเพลินและเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ตั้งแต่ความโรแมนติกไปจนถึงฉากต่อสู้ที่เข้มข้น




