หากถามถึงตัวการ์ตูนที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ชื่อของเจ้าฟองน้ำสีเหลืองใต้สมุทรอย่าง SpongeBob SquarePants จะต้องติดโผแน่นอน! และในเวอร์ชันภาพยนตร์ปี 2020 อย่าง “Sponge on the Run” หรือชื่อไทย “ผจญภัยช่วยเพื่อนแท้” ก็ยังคงรักษามาตรฐานความฮา ความกวน และความซึ้งไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ข้อมูลเบื้องต้นที่สายดูหนังต้องรู้
- ผู้สร้าง/สตูดิโอ: Paramount Animation, Nickelodeon Movies และ Mikros Image
- ผู้กำกับ: Tim Hill (มือเขียนบทดั้งเดิมของซีรีส์ SpongeBob)
- นักแสดงรับเชิญสุดพีค: Keanu Reeves และ Snoop Dogg
เรื่องย่อ: ภารกิจชิงตัว “แกรี่” จากเงื้อมมือกษัตริย์จอมหลงตัวเอง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันธรรมดาๆ ของสพันจ์บ็อบกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรม (ฉบับตลก) เพราะ “แกรี่” เจ้าหอยทากสัตว์เลี้ยงสุดรักถูกลักพาตัวไป! เบื้องหลังแผนการนี้คือ แพลงตอน (Plankton) ที่ต้องการกำจัดสพันจ์บ็อบออกไปจากเมือง Bikini Bottom เพื่อจะได้ขโมยสูตรลับเบอร์เกอร์ปูได้สำเร็จ
แกรี่ถูกส่งตัวไปให้กับ คิง โพไซดอน (King Poseidon) กษัตริย์ผู้คลั่งไคล้ความงามแห่งเมืองแอตแลนติกซิตี้ เพื่อใช้เมือกของแกรี่มาบำรุงผิวหน้า! งานนี้สพันจ์บ็อบและเพื่อนรักอย่าง แพทริค (Patrick Star) จึงต้องรวมพลังกันออกเดินทางจากบ้านเกิดมุ่งสู่เมืองแห่งแสงสี เพื่อชิงตัวเพื่อนรักกลับมาให้ได้

ผจญภัยช่วยเพื่อนแท้ ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาด
1. งานภาพ 3D ที่สวยสะกดตาและมีชีวิตชีวา
นี่คือครั้งแรกที่ SpongeBob ถูกนำเสนอในรูปแบบ CGI/3D เต็มรูปแบบ ตลอดทั้งเรื่อง! แม้จะเปลี่ยนจากลายเส้น 2D ที่เราคุ้นเคย แต่ทีมงานยังคงรักษาสไตล์ความยืดหยุ่นและการแสดงออกทางสีหน้าที่ “กาว” ได้ใจเหมือนเดิม แสงสีในเมืองแอตแลนติกซิตี้ทำออกมาได้สวยอลังการจนเหมือนเราหลุดเข้าไปในคาสิโนใต้ทะเลจริงๆ
2. การปรากฏตัวของ “คีอานู รีฟส์” ในบท Sage (ผู้วิเศษ)
หนึ่งในไฮไลท์ที่แย่งซีนที่สุดคือการได้ Keanu Reeves มาแสดงเป็น “Sage” หรือพุ่มไม้ผู้วิเศษที่จะคอยให้คำปรึกษาแก่สพันจ์บ็อบและแพทริค การเห็นหน้าของนักแสดงระดับโลกในพุ่มไม้แห้งๆ พร้อมคำพูดปรัชญาฮาๆ เป็นอะไรที่คุ้มค่าแก่การดูมาก
3. พลังแห่งมิตรภาพที่ทำให้อบอุ่นใจ
หนังไม่ได้มีแค่ความตลกโปกฮา แต่ยังสอดแทรกฉาก Flashback ย้อนกลับไปตอนที่สพันจ์บ็อบเจอแกรี่ครั้งแรก รวมถึงมิตรภาพกับเพื่อนคนอื่นๆ ในแคมป์ปะการัง (Camp Coral) ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นว่าเจ้าฟองน้ำตัวนี้เป็นพลังบวกให้กับคนรอบข้างมากแค่ไหน ใครที่เป็นแฟนคลับดั้งเดิมอาจมีแอบน้ำตาซึมได้เลย
Sponge on the Run ถึงอ่านใจคนดูขาด?
- มุกตลกที่เข้าถึงได้ทุกวัย: เด็กดูได้เพราะความสดใสและตลกท่าทาง ส่วนผู้ใหญ่ดูดีเพราะมีมุกตลกร้าย (Dark Humor) และการเสียดสีสังคมที่แฝงอยู่เนียนๆ
- เพลงประกอบสุดตื้ด: นอกจากการผจญภัย หนังยังมีพาร์ทมิวสิคัลเล็กๆ และการแสดงของ Snoop Dogg ที่ทำให้จังหวะของเรื่องดูสนุกและไม่น่าเบื่อเลย
- การเดินทางแบบ Road Movie: การที่ตัวละครต้องออกห่างจาก Bikini Bottom ทำให้เราได้เห็นมุมใหม่ๆ ของโลกใต้ทะเลที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่าในทีวีซีรีส์

บทสรุป: แอนิเมชันที่เติมพลังบวกให้หัวใจ
The SpongeBob Movie: Sponge on the Run เป็นหนังที่ดูเพลินมาก เข้าใจง่าย และไม่ต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้สพันจ์บ็อบก็สนุกไปกับมันได้ หนังตอกย้ำเราว่า “ความกล้าหาญไม่ได้มาจากการมีพลังวิเศษ แต่มาจากการมีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง”
หากคุณกำลังเหนื่อยจากการทำงาน หรืออยากหาอะไรดูคลายเครียดกับครอบครัวในช่วงวันหยุด บทพิสูจน์ความรักระหว่างเจ้าฟองน้ำกับหอยทากตัวนี้ คือคำตอบที่รับรองว่าจะสร้างรอยยิ้มให้คุณได้อย่างแน่นอนครับ!
สรุปคะแนน: 8.5/10 (หักคะแนนนิดหน่อยที่พล็อตแอบเดาง่ายไปนิด แต่ความบันเทิงเอาไปเต็มสิบ!)




