ด้อมนี้มีเทพบุตร

ด้อมนี้มีเทพบุตร

ด้อมนี้มีเทพบุตร เมื่อมหาปุโรหิตสุดขรึม ต้องมาเป็นไอดอลสุดเพี้ยน ภารกิจกู้โลกฉบับ “โบ๊ะบ๊ะ” จึงเริ่มขึ้น!ถ้าคุณคิดว่าการเป็น “ไอดอล” ในเกาหลีมันยากแล้ว ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเป็นถึง “มหาปุโรหิต” ผู้ศักดิ์สิทธิ์จากต่างมิติที่ต้องมาสลับร่างกับไอดอลหนุ่มวงที่กำลังจะยุบวงดูล่ะ! นี่คือพล็อตสุดกาวที่มัดรวมความฮา ความฟิน และความลุ้นระทึกไว้ในเรื่องเดียวกับผลงานที่สร้างเสียงฮือฮามาแล้วทั้งในรูปแบบนิยาย เว็บตูน และซีรีส์!

ข้อมูลผลงาน

  • ชื่อเรื่อง: (The Heavenly Idol / Holy Idol)
  • ผู้แต่ง/สตูดิโอ: ต้นฉบับนิยายโดย Shin Hwa-jin (ทำเป็นซีรีส์โดย Studio Dragon)
  • แนว: Fantasy / Comedy / Romance / Idol Life

เรื่องย่อ: จาก “นักบุญ” สู่ “ตัวตึง” แห่งวงการ K-Pop

เรื่องราวสุดวายป่วงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “เลมบรารี” มหาปุโรหิตผู้ทรงอิทธิพลจากโลกแฟนตาซีที่กำลังต่อสู้กับพญามารอย่างดุเดือด แต่ดันเกิดเหตุการณ์ประหลาดทำให้เขาฟื้นขึ้นมาในร่างของ “อูยอนอู” สมาชิกวง Wild Animal ไอดอลวงโนเนมที่กำลังจะยุบแหล่ไม่ยุบแหล่ในโลกมนุษย์

ตื่นมากลางเวทีคอนเสิร์ตสดๆ ยังไม่พอ เลมบรารีในร่างยอนอูที่ยังงงกับชีวิตดันตะโกนออกไมค์กลางรายการว่า “ข้าเต้นไม่เป็น!” จนกลายเป็นไวรัลฉาวไปทั่วประเทศ! เขาต้องหาทางกลับโลกเดิมเพื่อไปปราบพญามาร แต่ในระหว่างนั้นเขาต้องใช้ชีวิตในฐานะไอดอล ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม “ติ่ง” และใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดจัดการกับสิ่งชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในวงการบันเทิง!

ความน่าสนใจที่ทำให้คุณต้องรีบเข้านี้

1. พล็อตสุดล้ำที่เอา “ความศักดิ์สิทธิ์” มาปะทะ “วงการบันเทิง”

ความสนุกมันอยู่ตรงความ Contrast ครับ เราจะได้เห็นคนที่พูดจาภาษาโบราณ กินมังสวิรัติเคร่งครัด และชอบให้คนเคารพบูชา ต้องมาทำท่า Aegyo (ทำตัวน่ารัก), เต้นเซ็กซี่ และเข้าคลาสฝึกหัด ความเด๋อด๋าของเลมบรารีคือเสน่ห์ที่ทำให้เราหัวเราะจนปวดท้อง แต่ขณะเดียวกันความ “เทพ” ของเขาก็ทำให้เราต้องทึ่งในหลายๆ ฉาก

2. การจิกกัดวงการ K-Pop ได้อย่างแสบสัน

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตลก แต่มันสะท้อนเบื้องหลังวงการไอดอลได้ค่อนข้างลึก ทั้งเรื่องสัญญาทาส, การทำสงครามประสาทของแฟนคลับ (Fan war), การสร้างภาพลักษณ์ (Concept) และความยากลำบากของวงที่มาจากค่ายเล็กๆ ทำให้คนอ่านที่เป็๋นสายติ่งอยู่แล้วอินได้ไม่ยากเลย

3. พญามารในร่างมนุษย์: ตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้แต่เท่ระเบิด

ไม่ใช่แค่พระเอกที่ข้ามมิติมา แต่ “พญามาร” คู่ปรับตลอดกาลก็ข้ามมาด้วยในร่างของประธานบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ การฟาดฟันกันด้วยพลังมืดกับพลังศักดิ์สิทธิ์กลางกองถ่ายละครหรือหลังเวทีคอนเสิร์ต จึงเป็นจุดที่ทำให้เรื่องนี้มีกลิ่นอายความระทึกขวัญชวนลุ้นตลอดเวลา

ด้อมนี้มีเทพบุตร

หัวข้อย่อยเจาะลึก: ทำไม “ด้อมนี้มีเทพบุตร” ถึงครองใจแฟนๆ?

“คำพูดศักดิ์สิทธิ์” ที่กลายเป็นมุกตำนาน

เอกลักษณ์ของพระเอกเรื่องนี้คือการใช้ภาษาแบบคนใหญ่คนโต (High Speech) แม้จะอยู่ในร่างไอดอลหน้าหวาน คำพูดที่ดูโอหังแต่ซื่อตรงของเลมบรารีกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้แฟนคลับในเรื่อง (และคนอ่านอย่างเรา) ตกหลุมรัก เพราะมันดูจริงใจและแหวกแนวไม่เหมือนไอดอลคนไหนในโลก

เคมีนางเอกสาว “ติ่ง” ผู้กอบกู้สถานการณ์

ในฉบับซีรีส์และเว็บตูน เราจะได้เห็น “คิมดัล” ผู้จัดการวงที่เป็นแฟนคลับตัวยงของยอนอู เธอคือคนที่ต้องคอยปวดหัวและตามเช็ดตามล้างวีรกรรมของมหาปุโรหิตจอมเพี้ยน เคมีระหว่าง “คนพยายามปกปิด” กับ “คนพยายามเผยความจริง” ทำให้พาร์ทโรแมนติกคอมเมดี้ดูนุ่มนวลและชวนจิกหมอน

บทเรียนเรื่องความพยายามและศรัทธา

ภายใต้รอยยิ้มและการเต้นที่สวยงาม หนังบอกเราว่า “ศรัทธา” ไม่ได้มีไว้ใช้กับเทพเจ้าเท่านั้น แต่การศรัทธาในตัวเองและเพื่อนร่วมวงก็สำคัญไม่แพ้กัน การที่เลมบรารีค่อยๆ เปลี่ยนวง Wild Animal จากวงที่ถูกลืมให้กลายเป็นวงที่มีความหวัง เป็นพาร์ทที่ซึ้งและเยียวยาจิตใจได้ดีมากครับ

ด้อมนี้มีเทพบุตร

บทสรุป: สรุปแล้วควรดูหรืออ่านดี?

The Heavenly Idol คือผลงานที่ครบรสที่สุดเรื่องหนึ่ง ถ้าคุณชอบความฮาแบบหลุดโลกผสมแฟนตาซีเข้มข้น และมีใจรักในวงการไอดอลเกาหลี เรื่องนี้คือ “จานโปรด” ที่ต้องลิ้มลองครับ ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชันเว็บตูนที่ภาพสวยสะใจ หรือซีรีส์ที่นักแสดงถ่ายทอดความบ้าบอออกมาได้ถึงพริกถึงขิง บอกเลยว่าเข้าด้อมนี้แล้วหาทางออกยากแน่นอน!

สรุปคะแนน: 9/10 (หัก 1 คะแนนฐานที่ทำให้เราเผลอเรียกเพื่อนว่า “เจ้ามนุษย์” ตามพระเอก)

Scroll to Top